
May 25, 2022 at 11:40 AM

May 25, 2022 at 11:40 AM

May 25, 2022 at 03:27 PM
สวัสดีค่ะคุณ Jabra
โรค PCOS ที่กล่าวมาหรือที่มีชื่อเต็มๆว่า Polycystic Ovary Syndrome นั้นเป็นกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และอินซูลินอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนหลายใบอยู่ในรังไข่ ซึ่งอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ อาการเช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้น ขนดก หรือมีบุตรยาก โดยมักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นหลัก
การวินิจฉัยใช้การอัลตราซาวน์หน้าท้อง การรักษาในกรณีที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีบุตรยากอาจรักษาด้วยการใช้ยาฮอร์โมน หรือก็คือยาคุมกำเนิด โดยตัวยาจะช่วยทำให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
การรักษาแรกที่แพทย์มักเริ่มใช้ก่อนก็คือการกินยาคุมกำเนิด ซึ่งระหว่างการกินยาคุมกำเนิดถึงแม้จะมีเลือดออกผิดปกติได้กระปริดกระปรอยอยู่บ้าง แต่ไม่ควรทำให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดต่อเนื่องนานเป็นเดือนดังกล่าวมา การมีเลือดออกผิดปกติแบบนี้อาจจะต้องหาสาเหตุอื่นๆเช่นการติดเชื้อ การมีเนื้องอกในช่องคลอด ปากมดลูก มดลูกหรือรังไข่ร่วมไปด้วย แนะนำการกลับไปพบสูตินรีแพทย์ที่ดูแลเพื่อประเมินอาการดูอีกครั้ง ในระหว่างนี้งดการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ซื้อยาปรับฮอร์โมนใดๆมาใช้เอง

May 25, 2022 at 03:27 PM
สวัสดีค่ะคุณ Jabra
โรค PCOS ที่กล่าวมาหรือที่มีชื่อเต็มๆว่า Polycystic Ovary Syndrome นั้นเป็นกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และอินซูลินอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนหลายใบอยู่ในรังไข่ ซึ่งอาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ อาการเช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้น ขนดก หรือมีบุตรยาก โดยมักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นหลัก
การวินิจฉัยใช้การอัลตราซาวน์หน้าท้อง การรักษาในกรณีที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมีบุตรยากอาจรักษาด้วยการใช้ยาฮอร์โมน หรือก็คือยาคุมกำเนิด โดยตัวยาจะช่วยทำให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
การรักษาแรกที่แพทย์มักเริ่มใช้ก่อนก็คือการกินยาคุมกำเนิด ซึ่งระหว่างการกินยาคุมกำเนิดถึงแม้จะมีเลือดออกผิดปกติได้กระปริดกระปรอยอยู่บ้าง แต่ไม่ควรทำให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอดต่อเนื่องนานเป็นเดือนดังกล่าวมา การมีเลือดออกผิดปกติแบบนี้อาจจะต้องหาสาเหตุอื่นๆเช่นการติดเชื้อ การมีเนื้องอกในช่องคลอด ปากมดลูก มดลูกหรือรังไข่ร่วมไปด้วย แนะนำการกลับไปพบสูตินรีแพทย์ที่ดูแลเพื่อประเมินอาการดูอีกครั้ง ในระหว่างนี้งดการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ซื้อยาปรับฮอร์โมนใดๆมาใช้เอง