สวัสดีค่ะ คุณ dodee,
การรักษาวัณโรคปอดนั้น ต้องทานยาต่อเนื่องให้ครบ 6 เดือน ซึ่งเมื่อครบแล้ว หากไม่ได้มีอาการต่างๆ อีก ประกอบกับการตรวจหาเชื้อจากเสมหะและเอ๊กซเรย์ปอดไม่พบความผิดปกติอีก จึงจะถือว่าหายขาดค่ะ
ดังนั้น การที่ยังคงมีอาการไอเล็กน้อย มีเสมหะเลือดปนบางครั้ง อาจเกิดจาก
- ยังไม่หายขาด การที่ยังไม่หายขาด เนื่องจากเพิ่งทานยาไป 3 เดือน ยังเรียกว่าหายขาดไม่ได้ จึงอาจยังคงมีอาการเล็กๆ น้อยๆ ได้อยู่ เพียงแต่อาการจะต้องดีขึ้นจากเดิมที่เคยเป็นก่อนการทานยา และการตรวจเสมหะที่ 2 เดือนหลังทานยา จะต้องไม่พบเชื้อ ก็จะถือว่าตอบสนองต่อการรักษาค่ะ ทั้งนี้ หากยาที่ทานอยู่ในขณะนี้ แพทย์ได้ปรับลดจากยา 4 ชนิด เหลือ 2 ชนิด แสดงว่าการตรวจเสมหะที่ 2 เดือน ไม่พบเชื้อแล้ว ซึ่งแปลว่าตอบสนองต่อการรักษาค่ะ
- ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งหากยังได้ทานยาครบ 4 ชนิดอยู่ แสดงว่าการตรวจเสมหะที่ 2 เดือน ยังคงพบเชื้อ ไม่ตอบสนองต่อยาเท่าที่ควร จึงอาจยังทำให้มีอาการอยู่ได้ค่ะ ซึ่งแพทย์ก็จะขยายเวลาการทานยาต่อเนื่องไปอีก หรืออาจมีการปรับชนิดยาตามการดื้อยาของเชื้อค่ะ ในกรณีนี้ ผู้ป่วยก็อาจยังคงมีอาการคล้ายๆ เดิม ก่อนการรักษาค่ะ
- อาจเกิดจากการที่มีโรคอื่นๆ ร่วมอยู่ เช่น ภูมิแพ้อากาศ เป็นต้น
หากอาการเป็นไม่มาก ก็ให้ดูแลตามอาการ และทานยตามที่แพทย์สั่งเช่นเดิมค่ะ แต่หากอาการไอกลับเป็นมากขึ้น มีเสมหะมากขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัดเพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ
ในเบื้องต้น ก็ควรดื่มน้ำเปล่ามากๆ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ไม่ตากลมเย็น ไม่โดนฝน รักษาร่างกายให้อบอุ่น ไม่ทานอาหารประเภททอด ผัด เพราะอาจกระตุ้นให้มีเสหมะและไอมากขึ้นได้ หลีกเหลี่ยงไม่อยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ ไม่อูย่ในที่ที่มีฝุ่นละอองมาก เป็นต้น