ถามแพทย์

  • การตรวจหาเชื้อ HIV

  •  อุ้ม ลมิตา
    สมาชิก
    สวัสดีครับคุณหมอผมมีเรื่องอยากจะสอบถามครับ พอดีน้องชายผมติดทหารแล้วเขาต้องมีการตรวจเลือด ตอนเข้าไปตรวจประมาณต้นเดือนกันยายนผลการตรวจเลือดสแกน 3 ตัว ผลเป็นมี reaction 1 ตัว แล้วอีก 2 ตัวเป็น non reaction หมอก็เลยขอตรวจซ้ำอีก 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ผลเหมือนครั้งที่ 1 เลยครับสแกน 3 ตัวมีผลเป็น reaction 1 ตัวอีก 2 ตัวเป็น non reaction น้องชายก็ได้โทรมาบอกผม แล้วครูฝึกผู้บังคับบัญชาก็โทรมาบอกว่าถ้าตัวครั้งที่ 3 แล้วผมยังเหมือนเดิมจะให้น้องกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งเป็นอะไรที่รับไม่ค่อยได้เลยครับเสียใจมากๆน้องตั้งใจไปเป็นทหารสมัครเข้าไปด้วยความตั้งใจแต่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แพทย์โรงพยาบาลอนันทมหิดลนัดตรวจซ้ำวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าผลเลือดของน้องชายผมเป็นลบครับ แฝดก็แนะนำการปฏิบัติตัว แต่ทางทั้งครูฝึกผู้บังคับบัญชา ยังไม่แน่ใจกับเรื่องผลเลือดจึงขอแพทย์ตรวจซ้ำในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ผมอยากทราบว่า ถ้าผลการตรวจเลือดวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้เป็นลบอีกเขาจะมีการนัดตรวจอีกไหมครับ (ขอชี้แจงก่อนครับน้องชายผมบอกว่าเสี่ยงกับการมีเพศสัมพันธ์ กับผู้หญิงคนนึง 2 ครั้ง โดยไม่ได้มีการป้องกันเมื่อช่วงเข้าพรรษาเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครับ) ซึ่งนับระยะเวลาแล้วก็ประมาณ 3 เดือนกว่าจนถึงตอนนี้ อาการของน้องชายผมปกติครับไม่มีอะไรเลย แต่ผมก็กังวลแทนน้อง เป็นห่วงมากๆ อยากรู้ว่าต้องตรวจอีกกี่ครั้งถึงจะแน่ใจครับ ขอบคุณหมอช่วยตอบหน่อยนะครับขอบพระคุณมากๆครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ อุ้ม ลมิดา, 

                          การตรวจเลือดหาการติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็น fourth generation ซึ่งสามารถตรวจพบได้เร็วภายใน 2 สัปดาห์ และได้เกือบ 100% ที่ 4 สัปดาห์

                          และตามมาตรฐาน การตรวจ anti-HIV จะทำทั้งหมด 3 วิธีโดยใช้ test ที่ต่างกัน โดย test แรกที่ใช้ตรวจต้องมีความไวสูงสุด ถ้า ผลตรวจ negative ให้รายงานว่าเป็นลบได้เลย แต่หากเป็น positive ต้องทำต่ออีก 2 test ถ้าผลตรงกันหมด ให้รายงานเป็นบวก

                         แต่หากทั้ง 3 test ผลไม่ตรงกัน จะรายงานว่า inconclusive หากทั้ง 3 test ผลไม่ตรงกัน lab จะรายงานว่า inconclusive ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุ คือ

                        - ยังตรวจไม่พบ เพราะตรวจเร็วเกินไป

                        -  false positive anti-HIV (ผลบวกลวง) โดยอาจเกิดจาก มีโรคภูมิแพ้ตนเองชนิดต่างๆ  โรคมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด เพิ่งไปฉีดวัคซีนมา ติดโรคเรื้อรังบางชนิดอยู่ เช่น ติดเชื้อไวรัส CMV เชื้อแบคทีเรียหนองใน  เชื้อวัณโรค ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้น 

                         ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แพทย์ก็จะตรวจติดตามซ้ำอีกครั้ง หากผลยังเป็น negative หรือยัง inconclusive แสดงว่าน่าจะ false positive มากกว่า ไม่น่าเกิดจากการติดเชื้อ HIV ค่ะ

                        ดังนั้น หากได้ตรวจซ้ำมาเกิน 2 ครั้งแล้ว ผลเป็นลบ หรือเป็นแบบไม่แน่นอน (inconclusive) ซึ่งตรวจหลังจากที่ไปมีความเสี่ยงมาตั้งแต่เดือน ก.ค. คือผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ก็แสดงว่าไม่น่ามีการติดเชื้อค่ะ อาจเกิดจากการมีโรคอื่นๆ อยู่ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติอะไร ก็ควรไปพบอายุรแพทย์เพื่อหาโรคอื่นๆ ที่อาจมีอยู่ค่ะ