
Sep 14, 2019 at 02:04 AM

Sep 14, 2019 at 02:04 AM

Sep 14, 2019 at 06:01 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Fuse16,
อาการคันที่อัณฑะและขาหนีบ อาจเกิดจาก
1. สังคัง หรือโรคกลาก เป็นโรคติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) ที่ผิวหนัง ที่เกิดบริเวณขาหนีบ อวัยวะเพศ รอบทวารหนัก รวมถึงถุงอัณฑะได้ อาการเริ่มแรกมักจะเห็นเป็นตุ่มแดงๆ แล้วค่อยๆ ลามออกไปจนมีลักษณะเป็นวงสีแดงที่มีขอบเขตชัดเจน มักมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ หรือขุยขาวๆ อยู่รอบวง ร่วมกับมีอาการคันมาก
2. ติดเชื้อราชนิดแคนดิดา อาจเห็นผิวหนังบวม และมีผื่นนูนหรือเป็นปื้นแดง มีอาการคันมาก หรือเห็นผื่นเป็นปื้นแบนราบสีแดง ผิวเปื่อยยุ่ย และเป็นขุย มีผิวแตกเป็นร่อง
3. การแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น อาจแพ้ผงซักฟอก หรือน้ำยาที่ใช้ซักกางเกงใน แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แพ้แป้งหรือน้ำหอมที่นำมาทาบริเวณอวัยวะเพศภายนอก เป็นต้น ซึ่งมักจะเห็นผื่นนูนแดงร่วมด้วย
4. เป็นโลนที่ขนอวัยวะเพศ หรือเหาที่ขนอวัยวะเพศ อาการคือจะคันมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ส่วนทีผิวหนัง อาจเห็นรอยช้ำเล็กๆ จากการโดนกัด และหากสังเกตใกล้ๆ ก็อาจจะเห็นตัวและไข่เกาะตามขนไดh
5. โรคหิด โดยจะมีตุ่มนูนแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใสเล็กๆ ซึ่งเป็นจุดที่หิดขุดผิวหนังเข้าไปอยู่ และจะทำให้มีอาการคันมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน
ในเบื้องต้น ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจแพ้ต่างๆ ไปก่อน พยายามอย่าให้บริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบอับชื้น ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ใส่กางเกงรัดแน่นเกินไป และหลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียตามมมาได้ หากคันมาก อาจทานยาแก้แพ้แก้คันร่วมด้วย เช่น ไฮดรอกไซซีน (hydroxyzine) , chlorpheniramine (CPM) เป็นต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเห็นเป็นผื่นที่ดูคล้ายโรคกลาก หรือเชื้อราก็ควรพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาค่ะ