ถามแพทย์

  • วันที่ 14 เมษายน แม่ถูกสุนัขกัดที่ขา สุนัขฉีดยาแล้ว ต้องไปฉีดยาอีกไหม ถ้าติดเชื้อจะมีอาการอย่างไร

  •  Thippayaporn Rattanawichaikul
    สมาชิก
    เมื่อวันที่14 เมษาที่ผ่านมาเเม่โดนสุนัขงับที่ขาค่ะ เลือดออกเเต่ไม่ลึกมาก เเต่สุนัขตัวนั้นฉีดยากันพิษสุนัขบ้าเเล้วค่ะ ต้องพาคุณเม่ไปฉีดยากันอีกมั้ยคะ? เเล้วถ้าติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจะมีอาการอย่างไรบ้างคะ ขอบคุณค่ะะ

     สวัสดีค่ะ คุณ Thippayaporn Rattanawichaikul,

                           หากโดนสุนัขกัดตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. แล้ว ในวันนี้วันที่ 20 เม.ย. หากสุนัขยังคงมีอาการปกติดี ไม่ตาย ไม่หายไปไหน ก็ไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าค่ะ เนื่องจากหากสุนัขเป็นโรคพิษสนัขบ้า จะเริ่มแสดงอาการภายใน 4-5 วันค่ะ แต่หากสุนัขมีอาการผิดปกติ หรือหนีหายไป ควรไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าค่ะ

                       สำหรับอาการของโรคพิษสุนัขบ้า ในคนนั้น จะปรากฏหลังจากได้รับเชื้อที่ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ถึง 4 เดือน โดยอาการแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ 

                     - ระยะแรก จะมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเสียวบริเวณแผลที่ถูกกัด

                     - ระยะที่ 2 (หรือระยะตื่นเต้นในสัตว์) จะมีน้ำลายมาก เนื่องจากการเจ็บปวดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน ทำให้ไม่กล้าดื่มน้ำ ไม่กล้ากลืนน้ำลาย แม้ว่าจะหิวน้ำ มีเหงื่อออกมาก กระวนกระวาย สะดุ้ง ตกใจง่าย เมื่อมีสิ่งเร้า เช่น ลมพัด เสียงดัง คลุ้มคลั่งสลับกับสติดี 

                     - ระยะสุดท้ายหรือระยะอัมพาต จะไม่รู้สึกตัว หมดสติ อาจมีชัก ส่วนใหญ่เสียชีวิตไม่เกิน 7 วันหลังจากแสดงอาการ

                           

                             

    นอกจากนี้ หากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยฉีดวัคซีนกระตุ้นบาดทะยัก ควรไปฉีดด้วยค่ะ