ถามแพทย์

  • เสี่ยง HIV

  •  [email protected]
    สมาชิก

    หลังจากไปเที่ยวผู้หญิงขายบริการโดยใส่ถุงยาง แต่มีแผลเริมบริเวณปลายอวัยะเพศ(ถุงยางหุ้ม) 3 วันมีตุ่มแดงขึ้น ที่แขน มือ ลำตัว ก้น ขา เท้า วันที่ 9 มีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อย เหงื่อออกกลางคืน วันนี้ผ่านมา 30 วัน อาการที่เหลือคือเหงื่อออกกลางคืน,ปวดเมื่อย, ถ่ายเหลว อาการทั้งหลายเหล่านี้ใช่ Acute Hiv หรือไม่ครับ ซื้อชุด Rapid test มา ยังไม่กล้าตรวจ

    สวัสดีคะคุณ [email protected]

    ลักษณะอาการที่จะเกิดขึ้นถ้ามีการติดเชื้อไวรัส เอช ไอ วี แบ่งเป็น 3 ระยะ

    ระยะแรก เรียกว่า การติดเชื้อระยะแรก ( acute HIV infection stage ) ซึ่งระยะนี้ อาการจะเกิดขึ้นได้ ภายใน 2-4 สัปดาห์ ลักษณะอาการจะมีลักษณะเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วไป จะมาด้วยอาการไข้ ปวดตามตัว เจ็บคอ มีผื่น ปวดตามข้อ ถ้าคุณมีอาการดังต่อไปนี้ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ซึ่งในกรณีของคุณหมอขอแนะนำว่าคุณควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยัน ในระยะนี้ไวรัสจะมีจำนวนมากดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ไม่ควรใช้สารเสพติดที่ฉีดเข้าเส้นเลือดโดยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

    ระยะต่อมา จะเป็นระยะที่ไวรัสเริ่มจะอาศัยอยู่ในตัวคนไข้ แต่จะไม่แสดงอาการอะไร เรียกว่า clinical latency stage ซึ่งคือจำนวนไวรัสอาจจะไม่ได้มีมากและระยะนี้อาจยาวนานได้ถึง 10 ปี แต่ระยะยังมีการแพร่กระจายของโรคได้

    ระยะสุดท้ายระยะที่เรียกว่า เอดส์ (AIDS)  ซึ่งระยะนี้ระดับภูมิคุ้มกันจะต่ำมากทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ขึ้นอยู่กับจำนวน CD 4 ที่เหลืออยู่

    การตรวจด้วยการใช้ Rapid test ก็สามารถใช้ได้ค่ะ ตรวจได้ภายใน 1 นาทีค่ะ

    ปัจจุบันมียาต้านไวรัสหลายกลุ่มให้เรียกใช้ ดังนั้น ถ้าคุณตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และ รักษาอย่างรวดเร็ว และไม่เพิ่มภาวะเสี่ยง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์สะอาด และ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้คุณสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

     แต่คงต้องเรียนอย่างนี้ก่อนนะค่ะ อาจจะมีเรื่องการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างอื่นที่คุณอาจจะต้องได้รับการตรวจด้วย เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และซิฟิลิสค่ะ

    แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมค่ะ