ถามแพทย์

  • ในระหว่างเดือนมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย ขณะนี้ประจำเดือนยังไม่มา จะท้องไหม

  •  bee002
    สมาชิก

    วันที่ 17 ก.พ 62 กับ วันที่ 22 ก.พ 62 ได้มีอะไรกับแฟนโดยการป้องกันด้วยวิธีการใส่ถุงยาง ปกติแล้วมีรอบเดือนประมาณ 35 วัน แต่ต่อมาเริ่มมีอาการ ปวดหัว คัดน่าอกบ้างเล็กน้อย และก็มีตกขาว และก็ มีอาการหน่วงๆท้องน้อย มือชาเท้าชา ปวดตามกล้ามเนื้อหรือตามข้อ ในวันที่ 10 มี.ค 62 ได้ทดสอบการตรวจโดยการตรวจฉี่ด้วยตัวเอง ในตอนกลางคืน และวันที่ 11 มี.ค 62 ในช่วงเช้า(ฉี่แรกของวัน) ได้ผลเป็นลบ ( 1 ขีด ) อยากจะทราบว่ามีโอกาสในการตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน รอบเดือนล่าสุดคือวันที่ 10 - 16 ก.พ 62

    สวัสดีค่ะคุณ bee002 

    การป้องกันโดยการใช้ถุงยางอนามัย หากใช้อย่างถูกต้องคือใส่ถุงยางอนามัยที่ได้มาตรฐาน ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ใส่ตลอดการมีเพศสัมพันธ์ และถุงยางไม่รั่ว ก็มีประสิทธิภาพสูงมากกว่า 95% ในการป้องกันการตั้งครรภ์

    อาการของการตั้งครรภ์ คือการที่ประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วัน คัดตึงเต้านม อาเจียน ปัสสาวะบ่อย อารมณ์เปลี่ยนแปลง อ่อนเพลียง่าย ซึ่งอาการที่เฉพาะเจาะจงกับการตั้งครรภ์คือการที่ประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วันแล้วตรวจเลือดหรือปัสสาวะพบมีฮอร์โมนที่สร้างในหญิงตั้งครรภ์สูงกว่าปกติ จากอาการที่เล่ามาจึงยังบอกไม่ได้แน่ชัดค่ะว่าตั้งครรภ์หรือไม่

    ชุดตรวจการตั้งครรภ์สามารถให้ผลบวกได้ 10-14 วันหลังการปฏิสนธิ แต่อย่างไรก็ตามอาจมีความคลาดเคลื่อนในการอ่านหรือแปลผลด้วยตนเองได้ หากตรวจ 2 ครั้งเองแล้วให้ผลลบ แต่ประจำเดือนมาช้ากว่า 35 วัน อาจจะต้องไปยืนยันผลที่รพ.ค่ะ