ถามแพทย์

  • หลังรับประทานยาคุมกำเนิด มีเลือดออกจากช่องคลอดทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์ อยากทราบว่าผิดปกติมั้ยคะ

  •  Lynnlynn
    สมาชิก
    คือหนูเริ่มกินยาคุมมาได้สามเดือนแล้วค่ะ ระหว่างนี้ก้มีเลือดออกกะปิดกะปรอย แล้วเคยกินยาคุมฉุกเฉิน1ครั้งด้วย และสามเดือนมานี้หลังมีเพศสัมพันธ์ก็มีเลือดออกทุกครั้งด้วย(มีพสพประมาณ2-3ครั้งต่อเดือน) อยากทราบว่าผิดปกติมั้ยคะ

     สวัสดีค่ะ คุณ Lynnlynn,

                     อาการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ได้แก่

                  - มีการอักเสบติดเชื้อที่ปากมดลูก หรือช่องคลอด ซึ่งมักมีตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย รวมถึงอาจมีอาการคันหรือแสบช่องคลอด ปวดท้องน้อย เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ อาจเป็นเชื้อรา แบคทีเรีย ปรสิต และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม เป็นต้น

                  - มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก มักมีตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วยเช่นกัน เช่น ตกขาวสีเหลืองหรือเขียว หรือมีเลือดปน มีกลิ่นเหม็น และมีอาการปวดท้องน้อยร่วม เจ็บช่องคลอดหรือท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์ บางรายอาจมีไข้

                  - มีติ่งเนื้อที่ปากมดลูก 

                  - การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดการฉีกขาดของช่องคลอดได้ 

                  - มะเร็งปากมดลูก นอกจากมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจมีตกขาวสีผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น ตกขาวปนเลือด เลือดออกกะปริดกะปรอย และปวดท้องน้อยได้

                   ส่วนการทานยาคุมกำเนิด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่มีเลือดออกกะปริดกะปรอยจากช่องคลอดได้ และสำหรับยาคุมฉุกเฉิน อาจทำให้มีเลือดออกผิดปกติได้ แต่จะเป็นเพียงในช่วง 1 สัปดาห์ของการทานยา ไม่ได้มีผลต่อเนื่องนานหลังจากนั้น

                   ดังนั้นอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยและเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจากสาเหตุเดียวกัน เช่น มะเร็งปากมดลูก หรืออาจเกิดจากคนละสาเหตุ เช่น มีเลือดออกกะปริดกะปรอยเพราะผลจากยาคุมกำเนิด และมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์เพราะสาเหตุอื่นๆ ดังกล่าว

                   เนื่องจากอาการเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หากเป็นทุกครั้งดังกล่าว ถือเป็นอาการที่ผิดปกติที่ควรหาสาเหตุ ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจนะคะ