ถามแพทย์

  • ประจำเดือนมานาน พอทานยาปรับฮอร์โมน มีตกขาวใส น้ำตาล เหลือง อยากทราบว่าต้องทำไงค่ะ

  •  Kingkaew Thamviruk
    สมาชิก

    ดิฉันอายุ 48 ปี เมื่อกลางเดือนประมาณ 15 ก.พ ดิฉันมีประจำเดือนมาไม่หยุดและก็ไหลเยอะ จน วันที่ 8 มี.ค ดิฉันไปพบหมอ สูติ ตรวจภายในแล้วตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ไม่พบความผิดปกติอะไร และให้ยาหยุดประจำเดือนมาทาน Norethisterone (Pinrone)5mg มากิน 5 วัน เพื่อปรับประจำเดือนให้มาตามรอบปกติ แล้ววันที่ 15 มี.ค ประจำเดือนก็มา ประมาณ 4 วัน ก็หาย แต่หลังจากนั้น ก็มีน้ำไหลจากช่องคลอด บางครั้งก็ไส บางครั้งก็เหลือง บางครั้งก็เป็นสีน้ำตาล มีกลิ่นด้วย อยากทราบว่าต้องทำไงค่ะ 

    ลืมบอก ดิฉันไม่มีสามีคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Kingkaew Thamviruk

    โดยทั่วไปช่องคลอดของผู้หญิง สามารถมีตกขาวอยู่ได้ตามปกติค่ะ แต่ถ้ามีลักษณะที่เปลี่ยนเเปลงไปจากเดิม เช่น ปริมาณเพิ่มมากขึ้น มีกลิ่นเหม็น มีสีที่ผิดปกติไป เช่น สีเหลือง สีเขียว สีน้ำตาล หรือเป็นน้ำใสๆออกมาปริมาณมาก เป็นฟอง มีอาการคันช่องคลอด มีเลือดปน หรือร่วมกับปัสสาวะเเสบขัด แนะนำให้มาพบสูตินรีเเพทย์เพื่อประเมินก่อนค่ะ

    สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนมากคือการติดเชื้อในช่องคลอดค่ะ

    -การติดเชื้อรา (Vulvovaginal candidiasis) 

    -แบคทีเรีย (Bacterial vaginosis) ส่วนมากไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เป็นการเสียสมดุลของภาวะกรดด่างในช่องคลอด ทำให้มีตกขาวปริมาณเพิ่มมากขึ้น

    แต่ถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์ อาจมีความเสี่ยงต่อ

    -ปรสิต (Trichomonas vaginalis) 

    -หนองใน (Gonorrhea)

    แต่จากการที่บอกว่าได้รับการตรวจภายใน ตัดชิ้นเนื้อ เเล้วมีน้ำใสๆ เหลืองๆ น้ำตาลๆ เป็นไปได้อยากให้กลับไปพบเเพทย์ เพื่อประเมินค่ะ เพราะนอกจากสาเหตุข้างต้นเเล้ว การที่ตัดชิ้นเนื้อไป บางรายอาจมีการติดเชื้อ หรืออาจมีการติดเชื้อไปถึงเยื่อบุโพรงมดลูกได้ การมารับการตรวจร่างกาย เเละตรวจภายในโดยสูตินรีเเพทย์ จะให้ข้อมูลได้ถูกต้องมากกว่าค่ะ