ถามแพทย์

  • เลือดออกผิดปกติ หลังมีประจำเดือน กลัวตั้งครรภ์

  •  Chalit Limpikarnjanakowit
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ รบกวนปรึกษาคุณหมอหน่อยค่ะ พอดีว่าเดือนนี้เป็นประจำเดือนเมื่อวันที่ 12 - 14 สิงหาที่ผ่านมา แต่เมื่อวันที่ 27 สิงหา ก็มีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดอีก ไม่มากเหมือนประจำเดือน เป็นมูกสีน้ำตาล ตั้งแต่เป็นประจำเดือนจนถึงตอนนี้มีอาการปวดท้องร่วม ปวดหลัง พอสมควร ปวดเต้านมด้วยอ่ะค่ะ ซึ่งโดยปกติไม่เคยปวดมาก่อนมีอาการอาเจียน คลื่นไส้ ท้องตึง เกร็ง แต่ตรวจการตั้งครรภ์โดยตรวจจากปัสสาวะเองไม่พบว่าตั้งครรภ์ มีเพศสัมพันธุ์ครั้งสุดท้าย 21 กรกฎาคม ป้องกันโดยการหลั่งภายนอก อยากทราบว่ามีโอกาสจะตั้งท้องไหมคะ ในช่วงระยะสามเดือนที่ผ่านมาได้ทานยาที่ใข้รักษาสิวด้วยอ่ะคะ จะเป็นอันตรายไหมคะถ้าตั้งครรภ์ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Chalit Limpikarnjanakpwit

    การที่มีเพศสัมพันธ์ ที่เลือกวิธีการคุมกำเนิดโดยการหลั่งนอก (Coitus interuptus) โดยทั่วไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ค่ะ เนื่องจากการที่ช่องคลอดฝ่ายหญิงมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากฝ่ายชาย ถึงแม้ว่าสารคัดหลั่งนั้น ไม่ใช่น้ำอสุจิโดยตรง แต่อาจมีตัวอสุจิปนออกมาได้อยู่ค่ะ จึงถือว่ามีความเสี่ยง ดังนั้น การรับประทานยาคุมฉุกเฉิน (Emergency contraception) เพื่อป้องกันการต้ังครรภ์ อาจเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมากกว่าค่ะ 

    ทั้งนี้ การที่ประจำเดือนมาไม่ตรงรอบ คลาดเคลื่อน หรือมีอาการที่ผิดปกติไปจากเดิม การที่ตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ถือว่าถูกต้องค่ะ แต่ถ้าผลไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น อาจตรวจอีก 1-2 อาทิตย์ซ้ำค่ะ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจ เนื่องจากอาจมีการตั้งครรภ์ที่เร็วมาก และฮอร์โมนต่ำจนไม่สามารถตรวจพบได้ค่ะ หรือไม่มีการตั้งครรภ์จริงๆ 

     

    อย่างไรก็ตาม ยาที่ใช้ในการรักษาสิว มีหลายตัวค่ะ ถ้าในบางตัวที่มีการผสมวิตามิน เอ ระดับสูงเช่น Roaccutan อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ค่ะ ส่วนมากระหว่างการใช้ยา จึงมักให้คุมกำเนิดร่วมด้วยค่ะ 

    ถ้าประจำเดือนมาตามปกติ เเนะนำให้รับประทานยาคุมกำเนิดแบบเเผง 21 หรือ 28 เม็ดค่ะ ถ้ายังต้องการประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดต่อเนื่อง