ถามแพทย์

  • มีเพศสัมพันธ์ กินยาคุมฉุกเฉิน 7 วันต่อมาเลือดออก ปวดท้อง ปวดตัว จะท้องไหม

  •  68becca86
    สมาชิก
    มีเพศสัมพันธ์วันที่ 18 กันยายนค่ะ ไม่ได้ใส่ถุงยาง แต่หลั่งนอก วันที่ 19 เลยกินยาคุมฉุกเฉินค่ะ หลังจากนั้น7วัน(26กย.)ก็มีเลือดออก แล้วมีอาการปวดท้อง ปวดตัวเหมือนตอนเป็นประจำเดือน ก่อนหน้านั้นมีปจด.ประมาณวันที่ 6 กันยายน ตั้งแต่ 26 กย. ก็ยังไม่เป็นเมนส์ แบบนี้มีโอกาศท้องไหมคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ 68becca86,

                      ผลข้างเคียงของการทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ได้แก่ เวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศรีษะ เจ็บเต้านม และมีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดหลังจากทานยาไปประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งเลือดมักอาจออกได้นานตั้งแต่ 1-4 วัน ส่วนประจำเดือนจริงๆ ของรอบเดือนนั้นอาจมาเร็วหรือมาช้ากว่าปกติก็ได้

                    ดังนั้น การทานยาคุมฉุกเฉินไปในวันที่ 19 ก.ย. และในวันที่ 26 ก.ย.มีเลือดออกจากช่องคลอด จึงน่าจะเป็นผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินค่ะ ไม่น่าใช่ประจำเดือน (เนื่องจากประจำเดือนล่าสุดคือ 6 ก.ย. จึงไม่ใช่กำหนดเวลาของประจำเดือนที่ควรจะมา) 

                    สำหรับประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน จะขึ้นอยู่กับความเรวดเร็วในการมีเพศสัมพันธ์ โดยหากรับประทานเม็ดแรกภายใน 12 ชั่วโมงหลังการมีเพศสัมพันธ์ จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ถึง 95% หากทานภายใน 12-24 ชั่วโมง จะป้องกันได้ประมาณ 85%  หากทานภายใน 24-48 ชั่วโมง จะป้องได้ประมาณ 75% หากทานภายใน 48-72 ชั่วโมง จะป้องกันได้ประมาณ 58% 

                   ส่วนการที่ประจำเดือนใน ต.ค. ยังไม่มานั้น (หากประจำเดือนครั้งสุดท้ายคือ 6 ก.ย.) อาจเกิดจากการตั้งครรภ์ได้ค่ะ แนะนำใหห้ตรวจหาการตั้งครรภ์ดูเป็นอันดับแรก ซึ่งในช่วงเวลานี้สามารถตรวจเจอได้แล้วค่ะ หากตรวจแล้วไม่พบก็ไม่น่าใช่ค่ะ อาจมีสาเหตุจากอื่นๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก อดอาหาร เป็นต้น ส่วนอาการปวดท้องและปวดตัวนั้น อาจเป็นอาการที่บ่งว่าประจำเดือนกำลังจะมาก็ได้ค่ะ