ถามแพทย์

  • ตรวจเจอโรคหูดหงอนไก่ และฟิซิลิส อยากรักาาให้หาย ต้องทำอย่างไร

  •  Puengmang Chaichana
    สมาชิก
    คือผมตรวจเจอโรคหูดหงอนไก่ และ ฟิซิลิส เลยอยากรักษาเลย แต่หมอบอกว่า อาการของผมยังไม่ร้ายร้าย ยังไม่ต้องรักษา. ผมก็งง. คือต้องรอให้เป็นอะไร หรือมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันผมหรอคับ ถึงจะรักษา ที่อยากรักษาก็เพราะไม่อยากไห้ถึงขั้นนั้น แต่หมอดันตอบมา อาการของคุณยังไม่ร้ายแรง คือมันจำเป็นจะต้องรอให้มันร้ายแรงด้วยหรอคับ?

     สวัสดีคะคุณ Puengmang Chaichana

    การติดเชื้อโรคฟิซิลิส เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียค่ะ ส่วนการติดเชื้อหูดหงอนไก่ เป็นการติดเชื้อไวรัสค่ะ ซึ่งสองตัวนี้เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ค่ะ ต้องได้รับการรักษาค่ะ

    เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

    • Syphilis เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ที่มีเชื้อ bacterium Treponema pallidum เป็นตัวก่อโรคค่ะ

    • อาการจะแบ่งออกมาเป็นสี่ระยะค่ะ

      1. primary Syphilis

      2. secondary Syphilis

      3. latent Syphilis

      4. tertiary Syphilis

    • เริ่มแรกจะมาด้วยเรื่องแผลที่อวัยวะเพศ ซึ่งจะไม่มีอาการปวด คนไข้อาจจะไม่รู้ว่ามีการติดเชื้อ แผลที่เกิดขึ้นมักจะเกิดหลังการติดเชื้อหนึ่งอาทิตย์ค่ะมีผื่นตามตัว

    • ต่อมาจะเข้าสู่ระยะที่สองถ้าไม่ได้รับการรักษาคือ จะมีการของต่อมน้ำเหลืองโต ร่วมกับไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาการอาจจะเป็นแค่สองสามสัปดาห์

    • ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะเข้าสู่ระยะที่ไม่มีอาการและถ้ายังไม่ได้รับการรักษาอีกจะเข้าสู่ระยะที่สี่ซึ่งจะเชื้อจะมีผลต่อระบบประสาทและสมอง ตา หัวใจและหลอดเลือด และตับได้ค่ะ ปัญหาอาจจะเกิดตามหลังมาได้เป็นปีถ้าไม่ได้รับการรักษาค่ะ

    • การตรวจสามารถพบได้ในเลือด หรือ น้ำไขสันหลังค่ะ

    • การรักษา

    • penicillin  เป็นยาหลักที่ใช้ค่ะ ซึ่งจะต้องได้รับการฉีด อาจจะ หนึ่งครัั้ง หรือ ฉีดต่อกันสามครั้ง ครั้งละหนึ่งเข็มเป็นเวลาสามสัปดาห์

    • ถ้าไม่สามารถใช้ยาได้ อาจจะพิจารณายา doxycline 100 mg รับประทานหนึ่งเม็ดสองเวลาติดต่อกัน สองสัปดาห์

    • แนะนำตรวจเลือดซ้ำ สามเดือนหลังการรักษา

    • และนอกจากนี้อาจจะต้องตรวจเลือดตรวจเรื่องการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างอื่น เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี ซึ เอส ไอ วี

    • ร่วมด้วยค่ะ

    • แนะนำพบแพทย์ค่ะ

      ส่วนการติดเชื้อ ของหูดหงอนไก่เชื้อไวรัส

      การติดเชื่อ Human papilloma virus  ถ้ายังไม่พบเรื่องของการเป็นหูด แต่มีประวัติเสี่ยงอาจจะเสี่ยงต่อมะเร็งของอวัยวะเพศได้ค่ะ การตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจดูได้ค่ะ

      ดังนั้น ตอนนี้ ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ค่ะ หรือ การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อค่ะ

      ซึ่งการฉีดวัคซีนมีหลักการดังนี้คือ

      ถ้าอายุ 9-26 ปี ฉีดวัคซีน สองเข็ม ที่ เดือนที่ศูนย์ กับเดือนที่ หกค่ะ

      ถ้าอายุ มากว่า 26-45 ปี ฉีดสามเข็มค่ะ เดือนที่ศูนย์ เดือนที่ สอง และเดือนที่หกค่ะ

      ปัจจุบันวัคซีนมีสองแบบ คือ

      แบบ สองสายพันธุ์คือ 16,18

      และสี่สายพันธุ์คือ 6,11,16,18

      ซึ่งสายพันธุ์เหล่านี้ทำให้เกิดเรื่องของมะเร็งที่อวยวะเพศได้สูงค่ะ

      การตรวจวินิจฉัยมีความสำคัญมากค่ะ และถ้ามีการติดเชื้อควรได้รับการรักษาค่ะ