ถามแพทย์

  • มีอาการปวดท้องบนสะดือแล้วก็ปวดที่หลังมาก ไม่ถ่ายมา 4 วันแล้ว เป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า

  •  ฝ้าย' ตื๊ด
    สมาชิก
    หนูมีอาการปวดท้องบนสะดือแล้วก็ปวดที่หลังมาก ไม่ถ่ายมา4วันแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือป่าวค่ะ ต้องพบแพทย์ไหมค่ะ 😂

    สวัสดีค่ะ คุณ ฝ้าย' ติ๊ด,

                        หากไม่ได้ถ่ายอุจจาระมา 4 วัน ถือว่ามีอาการท้องผูก ซึ่งการทีท้องผูก จะทำให้มีอาการปวดท้องได้ทั่วๆ รวมถึงทำให้เกิดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย ดังนั้นอาการปวดท้องบริเวณสะดือดังกล่าว สาเหตุก็มาจากการมีท้องผูกได้ค่ะ แต่นอกจากนี้ หากอาการปวดท้องและปวดหลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน โดยเป็นแบบปวดร้าวไปที่หลัง อาจเกิดได้จาก

                      1.โรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการคือจะรู้สึกปวดบริเวณท้องส่วนบน อาจเป็นบริเวณลิ้นปี่ลงไปถึงเหนือสะดือหรือปวดค่อนไปทางด้านซ้าย อาจปวดแบบจุกแน่น หรือแสบร้อน และปวดร้าวทะลุไปหลังได้ นอกจากนี้อาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อิ่มเร็ว เรอบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

                   2.โรคกรดไหลย้อน อาการจะคล้ายๆ กับกระเพาะอาหารอักเสบ คือปวดแสบร้อนหรือจุกบริเวณลิ้นปี่และหน้าอก อาหารไม่ย่อย เรอบ่อย มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมในคอ หรือเจ็บคอ ระคายเคืองคอตลอดเวลา คลื่นไส้หลังรับประทานอาหาร เป็นต้น

                   3. ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน จะมีอาการปวดท้องบริเวณท้องส่วนบนรุนแรง และมักปวดร้าวไปที่หลังได้ อาการปวดมักจะมากขึ้นเมื่อทานอาหาร ท้องอืด แน่นท้อง มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดภาวะขาดน้ำ เช่น ผิวแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น ซึ่งมักเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

                   แต่หากอาการปวดท้อง และปวดหลังเป็นแยกกัน คือปวดไม่พร้อมกัน หรืออาการปวดหลังเป็นตรงบริเวณช่วงเอวหรือสะโพก ไม่ใช่หลังส่วนอก สาเหตุของการปวดหลัง ได้แก่ การเคล็ดขัดยอกของกล้ามเนื้อจากใช้งานกล้ามเนื้อหลังมากเกินไป การทำท่าทางที่ไม่ถูกต้องสะสมเป็นเวลานาน  กระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือเป็นโรคนิ่วในไต นิ่วในท่อไต ก็อาจทำให้มีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

                  ในเบื้องต้น ควรรักษาอาการท้องผูกให้หาย โดยการดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เน้นทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง จำพวกผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ หรืออาจทานไฟเบอร์สำเร็จรูปเสริม การทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวอาจช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้นได้ เนื่องจากมีแบคทีเรียที่ไปช่วยการทำงานของลำไส้ใหญ่ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ลำไส้เคลื่อนไหว 

                  และเนื่องจากไม่ถ่ายอุจจาระมา 4 วันแล้ว แนะนำมห้ใช้ยาระบายช่วย เช่น ยาดัลโคแลค (Dulcolax) ยาบิซาโคดิล (Bisacodyl) ยาเซนโนไซด์ (Sennosides) เป็นต้น หรืออาจใช้ยาเหน็บกลีเซอรีนช่วย หากทานยาหรือเหน็บยาแล้วยังคงไม่ถ่ายอุจจาระ ควรไปพบแพทย์ค่ะ

                 นอกจากนี้ ในช่วงนี้ควรลดการทานเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ควรทานแต่ครั้งละพอประมาณ ไม่ควรทานจนอิ่มเกินไป ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมถึงช็อกโกแลต และน้ำอัดลมอัดแก๊สต่างๆ ห้ามทานยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่างๆ ยาแก้ปวดประจำเดือน เป็นต้น 

                 หากได้ถ่ายอุจจาระแล้ว แต่ยังคงมีอาการปวดท้องทะลุหลัง หรือปวดหลังมาก ควรไปพบแพทย์ค่ะ