ถามแพทย์

  • ถุงยาง,ยาคุมฉุกเฉิน

  •  kanrawe
    สมาชิก
    สวัดดีครับคุณหมอ คือผมมีอะไรกับแฟนครับใส่ถุงป้องกันแล้วครับพอเสจก็ดึงเอามาแตกข้างนอกแล้วก็รีบถอดออกเอาไปกรอกน้ำ ถุงยางก็ไม่เกิดอาการรั่วหรือซึมครับ ผมควรไห้แฟนกินยาคุมฉุกเฉินไม่ครับเพราะเเฟนผมพึ่งกินไปเมื่อ2เดือนที่เเล้ว ล้ะก็2เดือนที่แล้วคือครั้งแรกที่แฟนผมกินยาคุมฉุกเฉินครับ อยากทราบว่าควรซื้อยาคุมฉุกเฉินมากินหรือป่าวครับ ความรู้สึกผมที่ผมเห็นด้วยคือผมแตกนอกครับคาถุงเลยที่ถามก็เพราะกลัวปล่อยไปนิดนึงครับแต่ก็ตามที่ว่าครับกรอกน้ำไรเรียบร้อยไม่มีอาการรั่วครับ ผมควรไห้แฟนกินยาคุมฉุกเฉินไม่ครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ kanrawe

    การใส่ถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์วิธีหนึ่งที่ได้ผลดีค่ะ โดยทั่วไปแล้วการใส่ถุงยาอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้จากการป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปในช่องคลอดและปากมดลูกค่ะ  จึงทำให้อสุจิไม่เข้าไปผสมกับไข่ค่ะ หากตรวจสอบดูแล้วพบว่าถุงยางอนามัยไม่มีการฉีกขาดหรือรั่ว อสุจิก็จะไม่สามารถผ่านออกไปได้ค่ะ

    ส่วนยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน จะใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์หลังการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้คุมกำเนิด หรือเกิดจากความผิดพลาดจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ถุงยางอนามัยแตก ฉีกขาด ฝ่ายหญิงลืมรับประทานยาคุมกำเนิด เป็นต้น ค่ะ ดังนั้นหากมีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการใส่ถุงยางอนามัยและไม่มีปัญหาฉีกขาด ก็ยังไม่จำเป็นต้องรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินค่ะ และถุงยางอนามัยนอกจากช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วยค่ะ

    kanrawe  kanrawe
    สมาชิก
    ขอถามต่อน้ะครับ ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินไปประมาณ3-4ครั้งจะเกิดผลเสียแบบเรื้อรังหรือทำไห้เกิดโรคอะไรที่ร้ายแรงบ้างครับ

    เป็นคำถามต่อเนื่องนะคะ

    ผลข้างเคียงที่พบได้จากการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ได้แก่ มีเลือดออกกระปริดกระปอย ประจำเดือนมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ ปวดท้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากใช้เมื่อฉุกเฉินจริงๆ ผลข้างเคียงระยะสั้นเหล่านี้จะหายได้เอง ไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ถ้าหากใช้เป็นประจำพบว่า ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีประสิทธิภาพด้อยกว่ายาคุมกำเนิดแบบสม่ำเสมอ และอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ และการใช้ต่อเนื่องอาจจะส่งผลต่อรังไข่ และเยื่อบุโพรงมดลูกได้ค่ะ จึงแนะนำให้ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นค่ะ

     

     

    ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยาคุมฉุกเฉินมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ได้แก่ ปวดท้อง มีเลือดออกกะปริดกะปรอย ประจำเดือนมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ อาการข้างเคียงเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษา การรับประทานในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่การใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ นอกจากประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า เมื่อเทียบกับการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติชนิดเม็ดแล้ว ยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกถึง 2% เป็นต้น ดังนั้นการใช้ยานี้จึงควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และไม่แนะนำให้รับประทานเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน