ถามแพทย์

  • ตกขาวผิดปกติหลังทานยาคุม

  •  Rosee
    สมาชิก
    พึ่งเริ่มทานยาคุมแผงแรกในวันที่ประจำเดือนมา หลังจากประจำเดือนหมดมีอาการตกขาวผิดปกติ สีเหลืองเขียวและมีกลิ่น แต่ไม่มีอาการคัน ในช่วงประจำเดือนวันสุดท้ายมีเพศสัมพันธ์ ไม่ทราบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากยาคุมหรือไม่ หรือเป็นอาการติดเชื้อหรือเปล่าคะ ปกติไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย ต้องรักษาอย่างไรคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Rosee,

                      หากได้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงแรก ภายใน 1-5 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนมา ยาคุมกำเนิดก็จะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที 

                       ส่วนผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดนั้น อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว เวียนหัว เจ็บเต้านม อารมณ์แปรปรวน มีเลือดออกกะปริดกะปรอย เป็นต้น

                       สำหรับการมีตกขาวสีเหลืองเขียว มีกลิ่น ไม่น่าใช่ผลข้างเคียงที่เกิดจากยาคุม แต่น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

                      - มีการอักเสบของช่องคลอดจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis) ซึ่งจะทำให้มีตกขาวปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคาวปลา มีสีเหลืองหรือเขียวหรือเทา โดยที่ไม่มีอาการคันหรือแสบช่องคลอด ไม่มีปวดท้องน้อย ซึ่งสาเหตุอาจทำให้เกิด เช่น จากการสวนล้างช่องคลอดบ่อยไป หรือใช้สบู่หรือน้ำยาที่มีความรุนแรง หรือเกิดจากการทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อบ่อยๆ การมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คน หรือมีการเปลี่ยนคู่นอน แต่ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

                       - การติดเชื้อปรสิตในช่องคลอด จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตกขาวจะมีกลิ่นเหม็น มักมีสีเขียว หรือมีฟองปน แต่มักมีอาการแสบหรือคันอวัยวะเพศร่วมด้วย 

                       - มีการอักเสบของมดลูก หรือการมีอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์  เช่น เชื้อหนองใน เชื้อคลาไมเดีย เชื้อมัยโคพลาสมา เป็นต้น โดยอาการคือ จะมีตกขาวสีเขียวเหลืองคล้ายหนอง  มีหลิ่นเหม็น ปวดท้องน้อย เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ มีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ มีไข้ อ่อนเพลีย เป็นต้น 

                        นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นต้น แต่มักมีอาการเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย

                        หากยังคงมีตกขาวผิดปกติต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วม ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจค่ะ