ถามแพทย์

  • ถ้ามีเพศสัมพันธ์ แต่ใส่ถุงยาง จำเป็นต้องกินยาคุมไหมคะ

  •  lyly34
    สมาชิก

    สวัสดีคะ คือถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนแต่แฟนใส่ถุงยาง จำเป็นต้องกินยาคุมไหมคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ lyly34,

                  การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อการคุมกำเนิด ตามหลักการแล้ว หากใช้ถุงยางอนามัยชายอย่างถูกต้อง 100% จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เพียง 2% หรือในจำนวนผุ้ใช้ 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 2 คน

                 แต่โดยทั่วไปแล้วจากการใช้งานจริง พบว่าโอกาสการตั้งครรภ์ได้ถึงเป็น 18% หรือคิดเป็น 1 ใน 5 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้ถุงยางไม่ถูกวิธี หรือถุงยางอนามัยอาจฉีดขาดหรือรั่วซึม 

                 ดังนั้นหากแฟนคุณ lyly34 ใช้ถุงยางได้อย่างถูกต้อง 100% ได้แก่ ถุงยางยังไม่หมดอายุ ไม่มีรอยรั่วซึมหรือรอยฉีกขาด ไม่ใช้กรรไกร เล็บหรือฟันในการแกะห่อถุงยาง ไม่มีการใช้ฟันกระทบกัดถุงยางก่อนใส่เข้าช่องคลอด ไม่ได้สอดใส่สิ่งแปลกปลอมไว้ในช่องคลอด ไม่ได้ทาวาสลีนที่ถุงยาง ขณะดึงอวัยวะเพศชายออกถุงยางไม่หลุดคาช่องคลอด ใช้เพียง 1 ครั้งต่อการมีเพศสัมพันธ์ 1 ครั้ง และใช้เพียง 1 ชิ้นไม่ได้ใส่ซ้อนกัน จะมีโอกาสท้องประมาณ 2% ค่ะ

                 หากไม่มั่นใจว่าใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ และการมีเพศสัมพันธ์อยู่ในช่วงเลยระยะเวลาปลอดภัยไปแล้ว ( เลย 7 วันนับจากวันแรกที่มีประจำเดือน) แนะนำให้ทานยาคุมฉุกเฉินค่ะ ซึ่งยาคุมฉุกเฉินมักมี 2 เม็ดใน 1 แผง ให้ทานเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมงค่ะ และอีก 12 ชั่วโมงถัดไปหลังจากทานเม็ดแรกไปแล้ว ให้ทานเม็ดที่ 2 ค่ะ 

                สำหรับยาคุมกำเนิดชนิด 21 หรือ 28 เม็ดนั้น แนะนำให้ทานเมื่อประจำเดือนมาแล้ว ค่ะ โดยทานไม่ให้เกิน 5 วันนับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือนค่ะ