ถามแพทย์

  • การรักษาโรคลมชัก

  •  Ittichet Buarung
    สมาชิก
    สวัสดีครับ ผมป่วยเป็น HIV พร่อมกับโรคลมชัก และทานยาทั้งสองโรคมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ทุกวันนี้ยังมีอาการของโรคลมชักบ้างบางครั้ง เวลาก่อนที่ผมจะเกิดอาการชัก มักจะมีอาการเตือนล่วงหน้า ผมจึงนั่งลงก่อนทุกครั้ง แต่มีบางครั้งที่ผมนั่งไม่ทันบ้าง จึงล้มและหัวกระแทกพื้นไปประมาณ 2-3 ครั้ง ในระยะเวลาที่ป่วยมา ทุกวันนี้ผมทานยาอยุ่ 2 ชนิด คือ เม็ดสีขาวหลังอาหาร เช้า/เย็น ครั้งล่ะ 1 เม็ด และแคปซูล 3 เม็ด ก่อนนอน ทุกวันนี้เวลาจะเกิดอาการ ผมมักจะมีภาพในสมองเรื่องต่างๆกันไป พอผมพยายามนึกให้เยอะๆ ก้อมักจะเริ่มมีอาการเหมือนจะเป็นทุกครั้ง ผมเคยผ่านการแอดมิทที่ ร.พ. มาหลายครั้ง และตรวจด้วยเครื่องมาหลายอย่างแล้ว น่าจะเป็น CT กับ MRI แต่คุนหมอไม่เคยแจ้งผลการตรวจให้ทราบเลย ผมเคยใช้ยาเสพย์ติดคับในสมัยวัยรุ่น ทุกวันนี้ผม 39 (เกิด 2521)ทุกวันนี้ยังสูบบุหรี่อยุ่ด้วยคับ แต่ไม่ดื่มเหล้า เมื่อก่อนเคยออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ทุกวันนี้เนื่องจากโรคที่เป็น ทำให้ผมไม่กล้าที่จะไปออกกำลังเหมือนเดิม ผมมักจะเกิดอาการหวาดระแวงกับสิ่งที่ผมเคยทำตอนที่เกิดอาการชัก เช่น เคยชักในห้องน้ำ หรือ ตรงที่ไหนๆกัอตาม มักจะทำให้ผมกลัวสถานที่เหล่านั้นไปด้วย และไม่กล้าจะไปอิก ทุกวันนี้ผมเลิกยาเสพย์ติดแล้ว ส่วนบุหรี่กำลังพยายามเลิกคับ ผมไม่มีโอกาสทำงานแบบคนอื่นเค้า แต่ทุกวันนี้ผมนอนตอนกลางคืนประมานวันล่ะ 5-6 ช.ม ผมอยารบกวนถามคุนหมอถึงวิธี,อาหาร,การปฏิบัติตัว ที่เหมาะสมที่สุด เพราะผมอยากหายจิงๆคับ ทุกวันนี้มันทำให้ผมดำเนินชีวิตเพื่อตัวเองและครอบครัวไม่ได้เลย อยากทราบว่าถ้าผมจะเปลี่ยนใจไปใช้วิธีผ่าตัดนั้น จะมีค่าใช้จ่ายประมานเท่าไหร่ ทุกวันนี้ ความดันผมปกติ แต่ น้ำหนักค่อนข้างจะน้อยกว่ามาตรฐานสักนิด ถ้าผ่าตัดผมจะมีสิทธิ์หายขาดมั้ย และความเสี่ยงของการผ่าตัดมากน้อยแค่ไหนคับ รบกวนคุนหมอด้วยครับ จาก........ คนเลวกลับใจ ที่อยากเป็นคนปกติ นาย อิทธิเชษฐ์ บัวรุ่ง

    สวัสดีค่ะ คุณ Ittichet

    โรคลมชักเป็นโรคที่รักษาได้ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการให้สงบได้หลายเดือนจนถึงหลายปี โดยการรักษาด้วยยา การผ่าตัด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลตนเอง

     

    • การรักษาด้วยยา ยาต้านอาการชักนั้นไม่สามารถรักษาโรคลมชักให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมอาการชักเท่านั้น โดยกลไกหลักของยาต้านอาการชักนั้นก็คือ ตัวยาจะเข้าไปปรับเปลี่ยนปริมาณสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับนำกระแสไฟฟ้าในสมอง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดอาการชัก เพื่อให้การรักษาด้วยยาสัมฤทธิ์ผล ในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตนดังนี้ รับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงของยาที่ใช้ หรือต้องใช้ยาชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือเป็นสมุนไพร ห้ามหยุดยาด้วยตนเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
    • การรักษา้วยการผ่าตัด ในกรณีที่การใช้ยาไม่สามารถควบคุมอาการชักได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะให้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำเอาสมองส่วนที่เป็นสาเหตุของโรคลมชักออก โดยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำ หรือโรคหลอดเลือดสมองหลังผ่าตัด

    การป้องกันโรคลมชัก

    • รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง ผู้ป่วยโรคลมชักไม่ควรเปลี่ยนปริมาณยาด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หากรู้สึกว่าการรับประทานยาไม่สามารถควบคุมอาการชักได้

    • นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถกระตุ้นอาการชักได้ ดังนั้นจึงควรนอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง

    • ออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอาการภาวะซึมเศร้าได้ แต่ก็ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และควรหยุดพักหากรู้สึกเหนื่อย การออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกที่ แม้กระทั่งอยู่ที่บ้านค่ะ

    • ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานให้หลากหลาย
    • หลีกเลี่ยงสารเสพติด แอลกอฮอล์ บุหรี่

      อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ให้คำแนะนำเรื่องการผ่าตัดได้เหมาะสมกับอาการผู้ป่วยมากที่สุด คือ แพทย์ที่ให้การรักษาคุณ Ittichet เป็นประจำค่ะ เพราะจะมีข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับตัวโรคที่ดำเนินอยู่ ยาที่ใช้ ผลการตรวจต่าง ๆ รวมทั้งโรคติดเชื้อที่ทานยาควบคู่กันค่ะ แนะนำให้ปรึกษาเพิ่มกับแพทย์ที่รักษาด้วยประจำค่ะ จะทำให้ทราบถึงแนวทางการรักษาและประเมิณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้ค่ะ

    อ่านเพิ่มได้ที่ โรคลมชัก

    Ittichet Buarung  Ittichet Buarung
    สมาชิก
    ขอบพระคุณมากครับ....